นิสสันเปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย
  • 21 Aug 2018
  • News

นิสสันเปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์อัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์รุ่นใหม่จากนิสสัน ที่รวมสุดยอดสมรรถนะการขับขี่ เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยยังคำนึงถึงความสะดวกสบาย ให้คุณสามารถพา นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ นี้ไป   ผจญภัยได้ในทุกสถานการณ์ด้วยความมั่นใจ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ถูกออกแบบและพัฒนาให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน ด้วยเบาะนั่งแถวที่สองที่สามารถพับเก็บได้ โดยทุกที่นั่งสามารถปรับเอนเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และด้วยแนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility: NIM) สุดยอดเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารทุกคน นอกจากนี้ยังเสริมความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ให้คุณได้เปิดประสบการณ์ใหม่ หรือ “Life Lives Outside” ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

  • นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC ขนาด 2,298 ซีซี มาพร้อมหัวฉีดเชื้อเพลิงระบบไดเร็คอินเจคชัน ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน จึงทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นและทรงพลังเมื่อต้องการ
  • ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ที่มาพร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ที่โดดเด่นด้านพละกำลัง
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4x4i) พร้อมโรเตอร์สวิตช์ พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน รวมถึงฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ที่ให้ผู้ขับสามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อหรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ four-wheel driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน
  • ตัวถังบนแชสซีส์ออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่แบบสมบุกสมบัน อย่างการขับขี่แบบออฟโรด 
  • ระบบช่วงล่างหลังคอยล์สปริงแบบ Five-link และเพลาล้อหลังที่แข็งแรง มอบทั้งความสะดวกสบาย และความทนทานให้กับผู้ขับขี่
  • ระยะความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร ลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากพื้นถนนที่ขรุขระมีหลุมบ่อไม่ราบเรียบ หรือ การขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังได้อย่างมั่นใจ

เทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี – อินเทลลิเจนท์ ไดรฟ์วิง

  • เทคโนโลยี กระจกมองหลังอัจฉริยะ หรือ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) 

นิสสัน เทอร์ร่า มีหน้าจอ LCD ที่กระจกมองหลัง ในการแสดงภาพที่มาจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมกว้าง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน ระหว่างจอแสดงภาพจากกล้อง หรือจากกระจกปกติได้ เพื่อช่วยให้การมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด สำหรับเทคโนโลยี IRVM นี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ ในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลัง

  • เทคโนโลยี กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (IAVM)

ระบบ IAVM ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพรอบตัวยานพาหนะได้ทั่วทุกทิศทาง ด้วยการสร้างภาพมุมสูงแบบ bird’s-eye view รอบตัวรถ จึงทำให้สามารถควบคุมตัวรถระหว่างถอดจอดรวมถึงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างง่ายดายแม้ในพื้นที่แคบ

  • เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD)

เทคโนโลยี MOD จะตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ โดยจับการเคลื่อนไหวจากภาพของกล้องที่อยู่รอบๆ ในยามที่ต้องการจอดรถ หรือ การเคลื่อนตัวช้า เมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหว ระบบจะส่งทั้งภาพและเสียงเตือนผู้ขับ ทั้งนี้กล้องทั้งสี่ตัวรอบคันรถ สามารถแจ้งเตือนผู้ขับได้ใน 3 สถานการณ์ คือ เมื่อรถจอดหรือหยุดนิ่ง เมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือเมื่อเคลื่อนถอยหลัง

  • เทคโนโลยีเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตาอัจฉริยะ หรือ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSW)

เทคโนโลยี IBSW จะทำงานเมื่อพบว่ามียานพาหนะอื่นเข้าใกล้ตัวรถในบริเวณจุดอับสายตา และทำการแจ้งเตือน โดยคนขับจะได้รับทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบที่กระจกมองข้าง

  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ หรือ Intelligent Lane Intervention (ILDW)  

เทคโนโลยีนี้จะแจ้งเตือนด้วย สัญญาณภาพและเสียงเมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องทาง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและการใช้งาน

  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ ตำแหน่งด้านหน้า ด้านข้างของเบาะแถวหน้า และม่านถุงลม ในทุกรุ่น
  • เข็มขัดนิรภัยที่เบาะคู่หน้า เบาะนั่งแถวที่สอง และเบาะแถวที่สามเป็นเข็มขัดสามจุด ELR ปรับระดับเพื่อให้พอเหมาะกับขนาดร่างกายของผู้ขับและผู้โดยสาร ที่สามารถยืดหรือหดกลับได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีการป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กด้วยจุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX 
  • เทคโนโลยีเบรก Brake Limited Slip Differential (B-LSD) ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อล้อลื่นไถล ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Traction Control System (TCS) เมื่อเกิดเหตุล้อหมุนฟรี ระบบจะทำการลดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถ และเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย
  • เทคโนโลยีช่วยออกตัวบนทางลาดชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) ช่วยป้องกันการไถลลงเมื่อขับขึ้นทางลาดชัน
  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน หรือ Hill Descent Control (HDC) ช่วยควบคุมความเร็วเมื่อขับลงทางลาดชัน
  • มาตรวัดแสดงโหมดออฟโรด (Off-road Meter) แสดงข้อมูลการขับขี่ในโหมดขับเคลื่อนต่างๆ รวมถึงบอกองศาความลาดเอียงของตัวรถด้วย
  • เทคโนโลยีตรวจสอบแรงดันลมยาง หรือ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) คือเทคโนโลยีที่คอยตรวจวัดแรงดันลมยางของล้อทั้งสี่ล้อ และแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางเกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวยาง และยังช่วยป้องกันความปลอดภัยได้อีกระดับ
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรก (Brake Assist System: BA) รวมถึงไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดย เบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเป็นแบบครีบระบายความร้อน ขณะที่เบรกหลังเป็นดรัมเบรก
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ Vehicle Dynamic Control (VDC) ช่วยรักษาการทรงตัวเมื่อเข้าโค้ง หรือหักเลี้ยวได้อย่างมั่นใจ
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key)  เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวรถยิ่งขึ้น ด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนภัยแบบ VSS

ความทันสมัย ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย

  • การออกแบบด้านหน้า กระจังหน้าแบบ V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะของนิสสัน พร้อมไฟหน้า LED ทรงบูมเมอแรง พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light) และไฟท้าย LED แบบ light guide 
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่ให้การขับขี่ที่ตื่นเต้นทั้งการขับขี่สภาพถนนแบบออนโรดและออฟโรด
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง ไฟส่องสว่างในห้องผู้โดยสาร เบาะนั่งที่กว้างขวาง รวมถึงเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลาเดินทางของคุณและครอบครัวถูกโอบล้อมด้วยความหรูหราและสะดวกสบาย
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 นอกจากจะเข้าออกได้อย่างง่ายดายแล้ว ยังมาพร้อมระบบพับเบาะอัตโนมัติ (1-Touch Remote Fold and Tumble Seats) ที่สามารถสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียว
  • เบาะหนังสีดำตัดขอบด้วยวัสดุสีเบจ มอบความสวยงามและความสะดวกสบาย เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ โดยที่นั่งตำแหน่งผู้ขับยังสามารถปรับได้ตามสรีระร่างกาย สำหรับรุ่น 2.3VL 4WD 7AT จะเป็นเบาะสีน้ำตาล
  • ที่วางแก้วน้ำสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 1 แถวที่ 2 และแถวที่ 3
  • มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะแบบ 3 มิติ Multifunction Intelligent Display (MID) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระยะเวลาที่เข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ ระดับอุณหภูมิภายนอกรถ นาฬิกาดิจิตอล เสียงเตือนในกรณีที่ไม่ได้ปิดไฟหน้า และสัญญาณเตือนกันการลืมกุญแจภายในรถ
  • ระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้ มีทั้งวิทยุ เครื่องเล่น DVD และ MP3 พร้อมช่องใส่แผ่นดิสก์ 1 ช่อง และหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ USB / HDMI และลำโพง 6 จุด โดยสามารถควบคุมระบบเสียงและโทรศัพท์ได้โดยตรงจากพวงมาลัยคนขับ
  • ระบบปรับอากาศกระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบความเย็นสบายให้ทุกที่นั่งทั่วทั้งห้องโดยสาร โดยสามารถควบคุมความเร็วของพัดลมจากที่นั่งตอนหลังได้อีกด้วย

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มีมิติ ความยาว 4,885 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,835 มม. มีระยะฐานล้อ 2,850 มม. ในขณะที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มม. มีระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียน (Rack and Pinion) โดยมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีน้ำตาล เอิร์ธ บราวน์ (Earth Brown), สีดำ แบล็คสตาร์ (Black Star), สีขาว ไวท์เพิร์ล (White Pearl), สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเสอร์ (Brilliant Silver) และ สีเทา ทไวไลท์ เกรย์ (Twilight Gray)

และสามรุ่นย่อย คือ

  • 2.3V 2WD 7AT
  • 2.3VL 2WD 7AT
  • 2.3VL 4WD 7AT